Home ข่าว หนุ่มไทยวัย 36 ชะตาพาไปเจลีก 5

หนุ่มไทยวัย 36 ชะตาพาไปเจลีก 5

0 second read
0
0
286
หนุ่มไทยวัย 36

หนุ่มไทยวัย 36 ดวงดีมุ่งเข้าสู่ พวีเนียร์ อาสุกะ ทีมในเจลีก 5 ของญี่ปุ่น เป็นข่าวดีที่อาจไม่ได้พุ่งรุ่งแรงเหมือนข่าวนักเตะดังอื่นๆ ที่โด่งดังในเจลีก 1 แต่ ซึ่งเป้าหมายของชีวิตมนุษย์ทุกคนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าใครชอบอะไร และอยากเดินไปให้ถึงจุดไหน หัวใจและความมมุ่งมั่นเป็นสิ่งสำคัญในการผลักดันให้ก้าวเดินไปข้างหน้า

ปรีชา ซูซูกิ นักเตะอาชีพวัย 36 ปี จาก อ.กุดชุม แห่ง จ.ยโสธร กลายเป็นเรื่องที่น่าสืบค้นแม้ว่าลีกระดับ 5 อาจจะไม่ดังมากนัก แต่ด้วยมาตรฐานของฟุตบอลญี่ปุ่นลีกระดับนี้ก็เป็นลีกเพาะบ่มบรรดาแข้งดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิดมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดถึง 134 ทีม แบ่งออกเป็น 9 โซน โซนที่ ปรีชา ซูซูกิ ลงเล่นคือโซนคันไซ ซอคเกอร์ลีก  ถ้าลองหลับตานึกถึงการเซ็นสัญญาผู้เล่นเรามักจะเห็นผู้เล่นญี่ปุ่นที่ร่วงโรยโยกย้ายมาเล่นลีกไทย แต่ครั้งนี้กลับสวนทางกันเมื่อแข้งไทยวัยย่างใกล้ 40 ปี ได้สัญญาที่ญี่ปุ่นมันเป็นฝันที่หยิกแล้วเจ็บตะเข็บที่คาใจกลายเป็นจุดที่ลงตัว

"จุ้ย" ปรีชา ซูซูกิ ยอมรับว่านี่คือฝันของเด็กบ้านนอกที่ต่อสู้ชีวิตคนหนึ่งมาได้ตามเส้นทางที่ต้องการท่ามกลางเรื่องราวมากมายที่ลายล้อม ทั้งความยากลำบาก อาการบาดเจ็บ เงินทอง การตัดสินใจ และเธอผู้นั้นคือสาวญี่ปุ่นที่เปลี่ยนทุกอย่างให้มีพลังต่อจิ๊กซอว์ฝันจนกลายเป็นเรื่องจริง ต้องย้อนกลับไปสมัยวัยเยาว์เด็กหนุ่มคนนี้เกิดที่ อ.กุดชุม จ.ยโสธร เป็นลูกคนเล็กสุดของครอบครัวมีพี่อีก 3 คน

ฟุตบอลคือแรงบันดาลใจในชีวิตตั้งแต่เด็ก มันต่อฝัน "จุ้ย" มาเรื่อยๆเดินแบบค่อยๆเดิน เพียงแต่เดินด้วยเป้าหมายและความหวัง  ช่วงสตาร์ทวัยรุ่นผิดหวังมากกว่าสมหวังแม้จะก้าวขึ้นมาเป็นถึงนักเตะเยาวชนจังหวัด เพราะช่วงรอยต่อของการเทิร์นโปรสู่การเป็นนักเตะอาชีพขาดตอนไป เริ่มตั้งแต่พยายามขยับตัวเองมาเรียนในเมืองกรุงที่สาธิต มศว.แต่สุดท้ายไม่ผ่านการคัดเลือกต้องกลับไปสานฝันตัวเองที่ยโสธรแล้วกลับมาสู้กับโควตานักเตะ มรภ.จันทรเกษม อีกครั้งสุดท้ายคำตอบเดิมๆก็ตามมาเล่นงาน

แต่ที่แย่ไปกว่านั้นชีวิตฟุตบอลอาจจะพอกันเพียงเท่านี้เพราะว่ามีอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หัวเข่าเล่นงานในวัยเพียงแค่ 18 ปี ต้องเจาะน้ำออกจากเข่าเพื่อดูแลรักษาอาการเบื้องตัน สุดท้ายพุ่งเป้าไปที่ วพ.มหาสารครามทั้งเรียนและเล่นฟุตบอลพร้อมกับประครองอาการบาดเจ็บไปเรื่อยๆ สุดท้ายถอดใจความฝันจากฟุตบอลเมื่อเรียนจบระดับ ปวส.เก็บเสื้อผ้ามุ่งหน้าสู่พัทยา จ.ชลบุรี ไปทำงานหาเงินเลี้ยงชีพตัวเอง พร้อมกับตั้งเป้าเก็บเงินให้ได้มากที่สุด

อาชีพของหนุ่มน้อยที่จบการศึกษาด้านการโรงแรมพุ่งเป้าไปที่งานบริการกลางคืนในฐานะเด็กเฝ้าร้านผับบาร์อะโกโก้ทำทุกอย่างโดยลืมฝันเรื่องฟุตบอลไปชั่วขณะจนวันหนึ่งพัฒนาสู่อาชีพบาร์เทนเดอร์วอล์คสตรีท พัทยา ตรงนี้เองทำให้เริ่มมีรายได้สูงขึ้นมาบ้างแต่ที่สำคัญที่สุดของชีวิตในช่วงนั้นคือการได้พบกับเนื้อคู่ต่างแดนจากญี่ปุ่นอย่าง ริเอะ ซูซูกิ กลายเป็นจุดเริ่มต้นรักข้ามขอบฟ้าพร้อมสานฝันมาจนถึงปัจจุบัน

"จุ้ย" กลับมาสู่เส้นทางฝันอีกครั้งโดยบังเอิญ การได้เข้าร่วมทีมเมืองพัทยา ลงเล่นฟุตบอลระดับถ้วยพระราชทาน โดยใช้เวลาว่างจากงานมาช่วยทีมลงแข่งขันพร้อมกับได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงวันละ 72 บาท กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตฟุตบอลของเด็กหนุ่มคนนี้อีกครั้งแม้ว่าจะไม่ได้เข้ามาตรงๆแต่เส้นทางดันต่อยอดให้ "จุ้ย" ก้าวไปทำงานที่ดีขึ้นในโรงแรมระดับ 5 ดาวของพัทยา รายได้ก็เริ่มพอกพูนมากขึ้นทุกอย่างมาพร้อมกับสวัสดิภาพชีวิตที่คิดจะฝันต่อเรื่องของฟุตบอลก็เริ่มอีกครั้ง เจ้า ตัวกล่าวว่า "จริงๆพอตัดสินใจทำงานเก็บเงินเรื่องของฟุตบอลผมแทบพับเก็บเข้ากระเป๋าไปเลยแต่โชคดีการได้เล่นฟุตบอลเดินสายที่พัทยาและเล่นทีมพัทยาทำให้เริ่มรู้จักผู้ใหญ่ใจดีมากขึ้นเขาชักชวนไปทำงานในที่สวัสดิการดีมีประกันสังคม พอถึงตรงนั้นผมเลยวางแผนที่จะผ่าเข่าที่มีอาการบาดเจ็บให้หายขาดหลังปรึกษากับหมอ,ประกันสังคม ตลอดเวลาแฟนผมให้กำลังใจตลอดมาและช่วยกันที่จะสร้างฝันให้เป็นจริงอีกครั้งในเรื่องของฟุตบอล ซึ่งมันต้องมีวินัยสูงมากกับเวลางานว่าจะต้องหยุดแบบไหน ลาอย่างไร ทำงานหนักอย่างไร เพราะมีทั้งช่วงผ่าตัดและพักฟื้นที่สำคัญคือเรื่องของเงินที่จะต้องใช้"

วงการฟุตบอลลีกไทยบูมในช่วงปี 2009 "จุ้ย" ตัดสินใจพาตัวเองเข้าสู่วงการเดิมอีกครั้งเพราะถึงจะให้ล้างมือในอ่างทองคำมันคงเลิกไม่ได้เนื่องจากฟุตบอลมันคือทุกอย่างของชีวิตตลอดเส้นทางที่มันดูขรุขระแต่มักมีเรื่องของฟุตบอลเกี่ยวข้องกับความสำเร็จเสมอมา ซึ่งทำให้เขาเชื่อแบบนั้นว่าสักวันคงสมหวังกับสิ่งที่ตั้งใจ "จุ้ย" ตัดสินใจไปทดสอบฝีเท้ากับยโสธร บ้านเกิดเพื่อลงเล่นระดับดิวิชั่น 2  ซึ่งทุกอย่างเป็นดังหวังแต่ว่าต้องยอมทิ้งเงินเดือนหลักมื่นที่ทำงานอยู่ไปรับเงินฟุตบอลระดับหลักพัน การตัดสินใจดูเหมือนยากแต่สำหรับเขาถ้าเรื่องของฟุตบอลเป็นเรื่องง่ายเสมอ

หลังจากนั้นมาก็พัฒนาฝีเท้าตัวเองจนได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับโยกย้าย ไปเล่นให้ ลำปาง เอฟซี,ลำพูน วอร์รเออร์,พังงา เอฟซี,อำนาจ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะโยกไปเล่น ลำพูน วอริเออร์ ในช่วงบั้นปลายการค้าแข้งปี 2019  แต่ใครจะรู้ว่าการบอกลาลำพูนครั้งนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชายหนุ่มที่อายุย่างเข้า 36 ปี สู่ฟุตบอลอาชีพต่างแดนครั้งแรกในชีวิต มันกลายเป็นฝันที่จับต้องได้แบบที่เขาเองก็รู้สึกภูมิใจจนบอกไม่ถูก

หลายคนคงสงสัยว่า "จุ้ย" เป็นนักเตะลูกครึ่งญี่ปุ่นหรือไม่เพราะนามสกุล "ซูซูกิ" ที่พ่วงท้ายชื่อมา แต่ใครจะรู้ว่ามุมแห่งความรักทำให้เกิดพลังมากมายจนประสบความสำเร็จมีเครื่องยืนยันความรักซึ่งกันและกัน แม้ว่าจะพูดคนละภาษามาจากคนละประเทศ "จริงๆผมนามสกุล "วงษ์ศรีแก้ว" เป็นคนไทยแท้ๆ ตอนนี้ผมตัดสินใจใช้นามสกุลแฟนเพราะแม่แฟนไม่มีลูกผู้ชายเลย ก่อนที่จะตัดสินใจมาญี่ปุ่นแฟนผมใช้เวลาอยู่กับผมทีเมืองไทยเป็นเวลา 10 ปี สามารถพูดภาษาไทยได้ชัดเจน เขาไม่เคยบ่นในการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแม้ว่าจะไม่มีรายได้มากมาย แต่เราสองคนพร้อมกับลูกก็ใช้ชีวิตแบบประหยัดเรียบง่ายมีความสุข  ฟุตบอลพาผมไปทุกที่เช่นเดียวกันแฟนผมครอบครัวผมก็จะไปกับผมเหมือนฟุตบอลที่รักตลอดเวลา  ตอนนี้ผมตัดสินใจที่จะมาปักหลักอยู่ญี่ปุ่นเวลาคงไม่แตกต่างจากตอนที่ผมและแฟนไปอยู่เมืองไทย"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

 

 

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ลิเวอร์พลูช็อก!!!

ลิเวอร์พลูช็อก!!! หลังปราการหลังตัวหลัก ปะทะกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวารของ เอฟเวอร์ตัน ระ…