Home ข่าว ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี” : ดาวยิงและเพื่อนร่วมงานยอดแย่.. ที่ทุกคนต้องเกรงใจ

ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี” : ดาวยิงและเพื่อนร่วมงานยอดแย่.. ที่ทุกคนต้องเกรงใจ

3 second read
0
0
315
ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี

ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี นักฟุตบอลสไตล์นี้มีเสน่ห์ลึกลับซ่อนอยู่ พวกเขาจะเป็นนักเตะที่จะพูดว่ารักก็พูดได้ไม่เต็มปาก จะพูดว่าเกลียดก็ไม่ตรงเป๊ะเสียขนาดนั้น.. ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความติสต์แตกของนักเตะคนนั้นๆ

ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี

ติดตามเรื่องราวของ ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี ได้ที่นี่ วัยแห่งความฝัน ฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา ของอิตาลี ในสมัย 90's นั้นรุ่งเรืองถึงจุดสุดยอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของผู้เล่นเกมรุกนั้นถือว่าเต็มไปด้วยแข้งสุดยอดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น มาร์โก ฟาน บาสเทน, โรแบร์โต บาจโจ, จูเซ็ปเป ซินญอรี หรือคนอื่นๆอีกมากมาย

นี่คือเรื่องราวของกองหน้าแห่งสมัย 90's ที่ติสต์ที่สุดคนหนึ่ง คนที่ลงฝึกซ้อมแล้วเพื่อนจะต้องส่ายหัว แต่ว่าเมื่อลงในสนามกลับเป็นคนแรกที่เพื่อนๆมองหา

สำหรับเพื่อการแข่งขันระดับสูงเช่นนี้ ก็เลยไม่มีที่ว่างให้กับเหล่านักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์แต่ว่าไร้ความเคารพต่อทีมแล้วก็เพื่อนร่วมทีมเท่าไรนัก ทุกคนจะต้องสู้เพื่อตำแหน่ง 11 ตัวจริง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี ในช่วง 90's ที่ค้าแข้งอยู่กับยูเวนตุส จึงนับว่าเป็นยอดดาวยิงที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่ง เหตุผลก็เพราะเหตุว่าเขาให้ความเคารพรวมทั้งรักสโมสรนี้มากจนสามารถทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองมีได้

"การได้ย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสคือฝันที่เป็นจริงของผม ผมเป็นแฟนของยูเว่มาโดยตลอด ในตอนที่เล่นให้กับเรจเจียน่า พอมีข่าวสารว่าแมวมองของยูเวนตุสมาดูฟอร์ม ผมเหมือนกับเป็นนักฟุตบอลที่มีพลังยอดเยี่ยมเลย" ราวาเนลลีเล่าเรื่องราวจากจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่

"ที่เรจเจียน่า ผมทำประตูถล่มทลายอยู่แล้ว แต่ว่าพอแมวมองของยูเว่มาดูฟอร์มถึงสนาม ผมกลับเก่งมากขึ้นไปอีก ทำได้ดีขึ้นอย่างอัศจรรย์ ซึ่งผมรู้ดีว่าอันที่จริงแล้วมันเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในชีวิต มันไม่ใช่พลังวิเศษอะไรหรอก ผมเพียงแค่ใส่ทั้งหมดทุกอย่างที่ผมมีลงไป เพราะเหตุว่าผมไม่ต้องการจะเสียโอกาสครั้งสำคัญนี้"

ความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่ถูกสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แถมยังเป็นสโมสรที่ตัวเองเชียร์เฝ้าดู สามารถบอกเราได้แบบไม่ต้องใช้คำพูดเยอะมากว่าราวาเนลีในเวลานั้นร้อนแรงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยิงประตู อันเป็นเหตุเพราะความมุ่งมั่นที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด และไม่ว่าใครก็ตามบนโลกนี้ที่มีความปรารถนาแรงกล้า รวมทั้งมีความมุ่งมั่นทุกขณะจิต เมื่อนั้นความสำเร็จไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้

ที่ยูเวนตุส ไม่มีเลยสักในช่วงเวลาที่ราวาเนลลีทำผลงานได้ตกต่ำจนถึงหลายคนส่ายหัว แต่ว่าตรงกันข้าม มันกลับเยอะขึ้นแม้เขาจะมาจากเซเรีย บี (ลีกรอง) แต่ว่าเมื่อมาเล่นให้กับยูเวนตุส ราวาเนลลียกฐานะตนเองขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมโดยทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรก (1992-93)

ทุกสิ่งทุกอย่างมันเหมือนเคมีที่เข้ากันอย่างพอดี ยูเวนตุส คือสมาพันธ์ที่เหมาะสมที่สุดและไม่เคยพึงพอใจกับผลเสมอ ระหว่างที่ราวาเนลลีในช่วงวัยรุ่นเป็นพวกอารมณ์ร้อนและมีความกระหายยิ่งกว่าคนใดกันแน่ ดังนั้น ไม่ใช่แค่ฝีเท้าเพียงแค่นั้นที่ทำให้เขาได้รับสิทธิ์ขึ้นมาเป็นดาวยิงหมายเลข 1 ของทีม แต่มันเป็นเพราะว่าทัศนคติที่เหนือกว่าการเป็นนักฟุตบอลอาชีพไปอีกขั้น

ตกตะกอนทางความคิด

ขณะจากนั้น ราวาเนลลีกลายเป็นนักฟุตบอลพเนจร ด้วยการไปเล่นให้กับทีมในประเทศฝรั่งเศสอย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย กลับอิตาลีไปเล่นให้ ลาซิโอ และหวนกลับสู่ฟุตบอลอังกฤษแบบสั้นๆกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ไปจนกระทั่งกลุ่มเล็กๆในสก็อตแลนด์อย่าง ดันดี ซึ่งจบด้วยการแขวนสตั๊ดกับ เปรูจา ซึ่งเป็นกลุ่มในเมืองเกิดแล้วก็แจ้งเกิดบนเส้นทางอาชีพของเขา

การออกจากมิดเดิลสโบรช์ เกิดขึ้นพร้อมๆกับการมาถึงขาลงของเขา แล้วก็การผจญภัยไปยังที่ต่างๆในช่วงอายุที่มากขึ้นแล้วก็ฝีเท้าที่ค่อยๆหายไป ทำให้ราวาเนลลีรู้เรื่องอะไรหลายแบบมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่กลับมาเล่นให้กับดาร์บี้ในช่วงฤดูกาล 2001-02 นั้น นักฟุตบอลดาร์บี้ไม่มีผู้ใดบ่นถึงพฤติกรรมเอาแต่ใจแล้วก็ใหญ่เกินทีมของเขาเหมือนกับที่โบโร่เลย

ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี

ราวาเนลลีเพียงพอจะเข้าใจแล้วว่าเขาควรจะทุ่มเทให้กับการเล่นมากกว่านี้ และก็เลิกทำเป็นเล่นกับความเชื่อของแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีม

"ฟุตบอลอังกฤษนับว่าเป็นฟุตบอลที่แท้จริง แข็งแกร่งและก็ยุติธรรม แฟนๆเต็มไปด้วยแพสชั่น พวกเขาช่วยเหลือคุณอย่างไร้เงื่อนไข ไม่มีที่ไหนคุณสามารถมีชีวิตกับฟุตบอลได้ดีเหมือนกับอังกฤษอีกแล้ว ผมไปเล่นมาก็หลายที่ในต่างแดน ที่มาร์กเซย แฟนๆก็รักผมนะ แต่ว่าผมมาคิดได้ว่าบางครั้งบางคราวผมคงจะอยู่ที่อังกฤษให้นานกว่านี้" ราวาเนลลีในวัยแขวนสตั๊ดพูดถึงการหนีออกมาจากโบโร่ทันทีหลังกลุ่มตกชั้น

"ผมยิง 31 ลูกในซีซั่นแรกที่อังกฤษ ผมคิดว่ามันไม่เลวร้ายเลยนะ มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผมย้ายออกจากยูเวนตุส ผมยอมรับว่าผมเสียใจที่ผมเลือกย้ายออกมา แต่ความเป็นจริงคือผมเองก็รักทุกช่วงเวลาตลอดทั้งฤดูกาลที่เล่นให้มิดเดิลสโบรช์ด้วย"

"ย้อนกลับไป มันน่าเสียดายที่เราตกชั้น แต่ว่าผมก็ยังจำบรรยากาศทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้ดี ทุกครั้งที่ผมกลับมาอังกฤษ แฟนๆที่เดินผ่านจะเข้ามาทักทาย พวกเขายังจำผมได้อยู่เลย.. แฟนๆของ เดอะ โบโร่ ยังอยู่ในหัวใจผมเสมอ และผมก็คิดว่าผมเองยังอยู่ในหัวใจของพวกเขาด้วย" ราวาเนลลีกล่าวทิ้งท้าย

คิดได้ก็สายไป แต่ว่าอย่างน้อยก็ยังดีที่ได้คิด.. น่าเสียดาย หากราวาเนลลี่ทุ่มเทสุดกำลังในตอนที่เล่นกับโบโร่ ใส่ใจระบบของทีม ทำความรู้จักแล้วก็เห็นด้วยเพื่อนร่วมทีม ไม่แน่ โบโร่ชุดนั้นบางทีก็อาจจะไม่ต้องจบฤดูกาลด้วยการเป็นดับเบิลรองแชมป์ รวมทั้งตกชั้นจากลีกสูงสุดก็เป็นได้

รวมถึงราวาเนลลีเองก็คงจะไม่ได้ถูกจดจำเพียงนักฟุตบอลอัจฉริยะที่แบกทีม แต่ว่าเขาจะถูกจดจำในฐานะผู้นำในห้องแต่งตัว แล้วก็ผู้สร้างยุคที่ยิ่งใหญ่ให้กับทีม ซึ่งเขาน่าจะเป็นตำนานได้ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่อีกด้วยฟาบริซิโอ ราวาเนลลี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ลิเวอร์พลูช็อก!!!

ลิเวอร์พลูช็อก!!! หลังปราการหลังตัวหลัก ปะทะกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวารของ เอฟเวอร์ตัน ระ…